กีฬา

ขึ้น เครื่องบิน ครั้งแรกยังไงไม่ให้หลงทาง !

ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกยังไงไม่ให้หลงทาง

            เชื่อว่าเพื่อนๆ บางคนคงไม่เคยมีประสบการณ์ในการนั่ง เครื่องบิน มาก่อน เพราะการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกนั้นถือเป็นการเปิดโลกกว้างให้กับใครหลายๆ คน แต่คงจะมีคนสงสัยกันใช่ไหมว่าในการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกนั้นเราต้องทำอะไรบ้าง แล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนขึ้นเครื่องบิน วันนี้เราจะมาแชร์สาระน่ารู้ให้กับเพื่อนๆ มือใหม่ที่ไม่เคยนั่งเครื่องบินกัน

8 ข้อควรรู้ก่อนขึ้นเครื่องบินครั้งแรก

1.เริ่มจองตั๋วเครื่องบินผ่านแอพพลิเคชั่น

               หากใครเป็นมือใหม่และยังไม่รู้วิธีการจองตั๋ว เครื่องบิน ในขั้นตอนแรกให้เพื่อนดาวโหลดแอพพลิเคชั่นสำหรับการจองตั๋วเครื่องบินมาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นแอพ Traveloka , Skyscanner , Expedia , KAYAK , Cheapflights เป็นต้น ซึ่งแอพหลักๆ เหล่านี้สามารถจองได้ง่ายและสะดวกเป็นอย่างมาก ส่วนขั้นตอนการจองแอพก็ไม่ยากเพียงเพื่อนๆ สมัครสมาชิก กรอกประวัติให้เรียบร้อย แล้วให้เลือกเมืองที่จะเดินทางและวันสำหรับการออกเดินทาง จากนั้นข้อมูลของสายการบินต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นตรงหน้าแอพพลิเคชั่นของเพื่อนๆ เมื่อเลือกเวลาและสายการบินเรียบร้อยแล้วก็ให้ชำระเงินและแสดงหลักฐานการโอน เพียงเท่านี้ทางแอพลิเคชั่นก็จะออกตั๋วการเดินทางแบบอิเล็กทรอนิกส์ให้เพื่อนๆ แล้ว เห็นไหมว่าไม่ยากเลย แต่ถึงอย่างไรขั้นตอนการจองนี้ก็ถือเป็นอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะหากเราใส่ข้อมูลไม่ถูกต้องเช่น วันที่ เวลา หรือแม้แต่ชื่อผู้เดินทาง ก็อาจทำให้เราต้องเสียเวลาและเสียค่าธรรมเนียมในการจองใหม่ด้วยนะ ฉะนั้นเพื่อนๆ อย่าลืมเช็คข้อมูลให้ชัวร์ก่อนที่จะจ่ายเงินกันนะ

2.ควรมีการวางแผนก่อนเริ่มเดินทางไปยังสนามบิน

               รู้ไหมว่าการเดินทางไปสนามบินบั้นไม่ใช่ว่าเราจองเวลาไว้ 12 โมงแล้วเราไปถึงที่สนามบินตอน 12 โมงนะ ถ้าทำแบบนั้นรับรองว่าตกเครื่องแน่นอน เพราะในความจริงแล้วการไปสนามบินเราต้องเผื่อเวลาไปสัก 1-2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง และยิ่งถ้าคุณอยู่ไกลจากสนามบินด้วยแล้วล่ะก็ ควรเผื่อเวลาเป็น 3 ชั่วโมงเลยยิ่งดี เหตุผลก็เพราะเคาท์เตอร์เช็คอินของสนามบินนั้นจะปิดรับการเช็คอินก่อนขึ้นเครื่องประมาณ 45 นาที ดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่เราควรเผื่อเวลาเอาไว้สักหน่อย ยิ่งเรามีสัมภาระที่ต้องโหลดลงใต้ท้องเครื่องด้วยแล้ว เรายิ่งจำเป็นต้องเผื่อเวลาเอาไว้ให้มากหน่อยถึงจะปลอดภัยที่สุด

3.เตรียมกระเป๋าเดินทางก่อนขึ้นเครื่องให้พร้อม

               ในการจัดสัมภาระลงไปในกระเป๋าเดินทางนั้นยังมีข้อควรระวังอยู่มาก เช่น ห้ามนำวัตถุไวไฟ , สัตว์มีพิษ , สารอันตราย , อาวุธ , ระเบิด , หรือของมีคมขึ้นเครื่องเด็ดขาด เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายบนเครื่องบินได้ และหากเพื่อนๆ ต้องการขนกระเป๋าเดินทางขึ้นไปบนเครื่องบินด้วย ทางการสายการบินก็มีมาตรการกำหนดขนาดของกระเป๋าอยู่ด้วยนะ โดยกระเป๋าเดินทางที่เราถือขึ้นเครื่องต้องมีขนาดโดยรวมไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 44.85 นิ้ว ส่วนน้ำหนักที่นำขึ้นเครื่องห้ามเกิน 7 กิโลกรัม ส่วนน้ำหนักของสัมภาระที่โหลดลงใต้ท้องเครื่องห้ามเกิน 15 กิโลกรัม ถ้าเกินจากนั้นจะต้องเสียค่าบริการเพิ่มเติม นอกจากนี้ทางสายการบินยังไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารนำของเหลวขึ้นเครื่องเกิน 100 มิลลิลิตรด้วย ดังนั้นหากเพื่อนๆ คนไหนต้องเดินทางด้วยเครื่องบินก็อย่าลืมคำนึงถึงข้อควรระวังเหล่านี้ไว้ด้วยนะ

4.ขั้นตอนการเช็คอิน

               ในการเช็คอินเพื่อออกตั๋วเดินทางนั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายแบบ โดยวิธีการเช็คอินที่ง่ายที่สุดมีดังนี้

  • การเช็คอินผ่านเคาน์เตอร์เช็คอิน ถือเป็นวิธีสุดเบสิคและสามารถทำเองได้ง่ายๆ โดยเพื่อนๆ จะต้องมาเช็คอินก่อนถึงเวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ส่วนขั้นตอนการเช็คอินนั้นเพียงแค่เพื่อนๆ ยื่นบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางให้กับพนักงาน แล้วบอกสถานที่ปลายทางและเวลาสำหรับการเดินทางให้แก่เจ้าหน้าที่ เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้ตั๋วโดยสารที่ระบุเลขที่นั่ง และ Gate สำหรับขึ้นเครื่องบินแล้ว
  • การเช็คอินผ่านตู้คีออส ถือเป็นวิธีการเช็คอินง่ายๆ ด้วยตนเอง โดยตู้คีออสนี้จะมีแค่เฉพาะสนามบินใหญ๋ๆ อย่างสุวรรณภูมิ ส่วนหลักการทำงานตู้คีออสนี้ก็ไม่ยุ่งยาก เพียงเพื่อนๆ นำตั๋วเดินทางอิเล็กทรอนิกส์มาแสกนที่ตู้แล้วทำตามขั้นตอนที่ปรากฏบนหน้าจอไปเรื่อยๆ เมื่อเสร็จสิ้นแล้วเราก็จะได้ Boarding Pass สำหรับการเดินทางขึ้นเครื่องบินแล้ว
  • การเช็คอินออนไลน์ วิธีนี้สามารถเช็คอินผ่านเว็บไซส์ของทางสายการบินโดยตรง หรือจะเช็คผ่านแอพพลิเคชั่นที่เราจองไว้ก็ได้ ซึ่งในระบบเช็คอินออนไลน์จะเปิดให้เช็คอินล่วงหน้าก่อนเริ่มเดินทางประมาณ 24 ชั่วโมง และการเช็คอินออนไลน์นี้จะปิดระบบทำการใน 1-2 ชั่วโมงก่อนจะเริ่มออกเดินทาง เมื่อเช็คอินเสร็จแล้วก็ให้พิมพ์ตั๋วโดยสารออกมาแล้วยื่นให้กับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธี เห็นไหมว่าการเช็คอินออนไลน์นั้นไม่ใช่วิธีที่ยุ่งยากเลย แถมยังช่วยให้เราประหยัดเวลาลงได้มากเลยทีเดียว และยังเป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบรอคอยอะไรนานๆ ด้วย

5.จุดตรวจบัตรโดยสาร

               โดยจุดตรวจบัตรโดยสารนี้มีหน้าที่ในการตรวจชื่อและข้อมูลในบัตรโดยสารของเรา ว่ามีข้อมูลที่ตรงกับบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางหรือไม่ ถ้าหากตรงตามในบัตรก็สามารถผ่านจุดนี้เพื่อเดินไปยังจุดตรวจกระเป๋าได้เลย

6.จุดตรวจกระเป๋าเดินทาง

               เมื่อเพื่อนๆ ผ่านจุดตรวจบัตรโดยสารแล้วขั้นตอนต่อไปคือ การตรวจกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งเพื่อนๆ จะต้องนำสัมภาระวางลงไปในตระกร้าที่ทางสนามบินจัดเตรียมมา จากนั้นสัมภาระของเพื่อนๆ ก็จะถูกลำเลียงผ่านสายพานไปยังจุดตรวจกรองสัมภาระ หากไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดๆ ในกระเป๋า ก็สามารถหยิบกระเป๋าสัมภาระแล้วเดินต่อไปยัง G a t e สำหรับรอขึ้นเครื่องได้เลย

7.จุดตรวจหนังสือเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง

               เป็นจุดตรวจสุดท้ายก่อนที่จะขึ้นเครื่อง ซึ่งจุดตรวจนี้จะดูเช็คว่าชื่อในบัตรโดยสารและบัตรประชาชนตรงกันไหม หากตรงกันก็สามาถขึ้นเครื่องบินได้เลย

8.หาที่นั่งบนเครื่องบิน

               วิธีการดูหมายเลขเก้าอี้นั้นไม่ยากเลย เพียงเพื่อนๆ ดูหมายเลขที่นั่งตาม B o a r d i n g P a s s ว่าตรงกับแถวใด และเมื่อเดินมาถึงแถวนั้นแล้วก็ให้เพื่อนๆ ดูลำดับที่นั่งโซน A – B – C หรือ E – F – G ว่าอยู่ตรงส่วนใด ซึ่งบริเวณมุมบนของช่องเก็บของจะมีสัญลักษณ์ที่ระบุลำดับการนั่งเอาไว้อยู่ หากเพื่อนๆ ไม่แน่ใจก็ลองเรียกพนักงานบนเครื่องให้ช่วยหมายเลขเก้าอี้นั่งก็ได้นะเพื่อความชัวร์ และเมื่อเราเจอกับเก้าอี้นั่งแล้วก็ให้เก็บกระเป๋าสัมภาระไว้บนช่องเก็บของที่อยู่เหนือศรีษะ จากนั้นก็คาดเข็มขัดเก้าอี้นั่งให้แน่นพร้อมออกเดินทางได้เลย

สรุป

               เห็นไหมว่าการขึ้นเครื่องบินนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากอะไรเลย หากเพื่อนๆ ได้ลองนั่งเครื่องบินดูสักครั้งในชีวิต รับรองว่าการเดินทางไปยังสนามบินครั้งต่อไปก็จะกลายเป็นเรื่องที่แสนง่ายดายไปโดยปริยาย Ufabet เว็บหลัก

Credit By www.mixactivitys.com www.petcutety.com www.ozarksfirst.biz www.comshareasale.com

Credit by : ufabet